Review : Meiji Tokyo Renka (Meikoi) ~ Oukai&Shunsou route ~

posted on 14 Oct 2013 18:41 by jpling-diary in Otome
เย้ๆ จานบินหายไปจาก exteen แล้ว!! \(TwT)/
 
ตั้งใจจะมาอัพตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ กับเกม Meiji Tokyo Renka หรือ Meikoi ที่เคยพรีวิวสั้นๆไปแล้วเมื่อเอนทรี่ก่อน
 
แต่เปิดบล็อกทีไรเจอแต่จานบิน orz จนยอมแพ้กลับไปซบหนุ่มๆต่อแทน (ฮา)
 
 
<< 明治東京恋伽 >>
Meiji Tokyo Renka
 
 
 
 
ขอข้ามแนะนำเกมกับตัวละครแล้วกันนะคะ ใครสนใจไปดูที่เอนทรี่ก่อนเอาแล้วกันค่ะ
 
ตอนนี้เพิ่งเล่นจบไป 2 รูทค่ะ คือรูทของหนุ่มคุณหมอนักเขียน โมริ โอไก และหนุ่มจิตรกร ฮิชิดะ ชุนโซ ค่ะ
 
 
 
เนื้อเรื่องเกมไม่ยาวมากค่ะ กลางๆพอดีๆ เล่นจบรูทภายในวันดียวได้ สิ่งที่สุดยอดที่สุดคือ เสียงพากย์อีเวนท์เป็นเสียงดัมมี่เฮดค่ะ!!! จขบ.เลยโดนดาเมจไปหลายดอกจนพรุนเลยค่ะ (ฮา)
 
หนุ่มๆมี 7 คน จะแยกเป็น 3 รูทใหญ่ และอีกหนึ่งรูทลับซึ่งต้องจบกับหนุ่มๆทั้งหมดก่อนถึงจะจบรูทลับนี้ได้ค่ะ 
 
 3 รูทใหญ่ๆจะแยกเป็น รูทโอไกกับชุนโซ รูทโอโตจิโร่กับเคียวกะ และรูทโกโร่กับยาคุโมะ ค่ะ
 
 
เอาล่ะ ต่อไปเป็นการสกรีมและสปอยนะคะ ระวังตัวให้ดี!!!
 
 
OP >> นางเอกเป็นเด็กสาวม.ปลายกำลังรีบเร่งกลับบ้านหลังจากที่เย็นมากแล้ว ทว่าระหว่างทางนั้นเธอผ่านสวนสาธารณะและพบว่าที่นี่กำลังจัดงานเทศกาลอยู่ แม้ว่าตัวเองจะต้องรีบกลับบ้าน แต่เหมือนว่ามีอะไรซักอย่างดึงดูดจนทำให้เธอตัดสินใจเดินเข้าไปในงานนั้น บรรยากาศร่าเริงของเทศกาลทำให้เธอสนใจทุกอย่าง จนกระทั่งพบกับนักแสดงกลคนหนึ่งที่กำลังเชิญชวนผู้คนให้เข้ามาชม นางเอกเดินเข้าไปดูด้วย แต่จังหวะที่เธอกับนักแสดงกลสบตากัน นักแสดงกลกลับเรียกเธอขึ้นมาเป็นอาสาสมัครในการแสดงและให้เธอเข้าไปในกล่อง โดยบอกกับผู้ชมคนอื่นๆว่า กล่องนี้จะทำให้เธอหายไป ถึงนางเอกจะไม่ค่อยอยากแต่ก็ขัดไม่ได้ เธอจึงเข้าไปในกล่องพลางคิดอยากรีบกลับเร็วๆ ทว่าเธอกลับเคลิ้มหลับไป...
 

ก่อนจะตื่นนั้นเธอได้ยินเสียงใครสองสามคนกำลังคุยเกี่ยวกับเธอโดจที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ ทันทีที่ตื่นขึ้นมาเธอก็พบว่าบัดนี้สวนสาธารณะที่เคยคึกคักกลับเงียบราวไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น นางเอกทั้งแปลกใจและตกใจ ตอนนั้นเองที่นักแสดงกลก็โผล่มาและบอกเธอว่าการแสดงของเขาส่งนางเอกกลับมายังสมัยเมจิ นางเอกไม่เชื่อและไม่ค่อยวางใจนักแสดงกลเท่าไหร่นัก จึงเลือกที่จะเดินหนีและพยายามสลัดเขาออกไป ทันทีที่ออกมายังถนนใหญ่ ภาพเบื้องหน้าก็ยิ่งทำให้นางเอกตกใจ เพราะผู้คนที่นี่ต่างใส่ชุดญี่ปุ่นและเธอเองก็โดนมองด้วยสายตาแปลกๆเช่นกัน เธอเดินไปเรื่อยๆพลางพยายามจะนึกทางกลับบ้านตัวเองให้ออกจนเกือบจะถูกรถม้าชน โชคดีที่นักแสดงกลมาช่วยไว้ก่อน กระนั้นนางเอกก็ยังไม่ปักใจเชื่อสิ่งที่เขาพูด นักแสดงกลบอกว่าตัวเองชื่อชาร์ลี ระหว่างที่สถานการณ์กำลังเริ่มเครียด อยู่ๆท้องนางเอกก็ร้องดังลั่น...... ชาร์ลีเลยพานางเอกลักลอบเข้าไปหาของกินในงานเลี้ยงที่อาคารโรคุเมคัง ที่นี่เองที่ทำให้เธอได้พบกับผู้คนที่โด่งดังในประวัติศาสตร์หรือหนุ่มๆที่เรางาบได้นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นโมริ โอไก อิสุมิ เคียวกะ หรือแม้แต่โคอิสุมิ ยาคุโมะ ทว่าระหว่างนั้นนางเอกกลับถูกตำรวจหนุ่มนามฟุจิตะ โกโร่สงสัยเข้าและเกือบจะถูกจับ แต่โชคยังดีที่มีคนปรากฏตัวมาช่วยเธอไว้...

 

ถึงตรงนี้จะมีตัวเลือกเพื่อเข้ารูทหลักค่ะ 

 

 

<< Oukai & Shunsou route >>

  

Mori Oukai >> ก่อนที่จะโดนจับไป โอไกก็เข้ามาหาเธอและช่วยเธอออกมาได้ ก่อนจะพานางเอกกลับมาบ้านด้วย หลังจากที่ได้คุยกันซักพัก ทั้งโอไกและชุนโซก็รับรู้ว่านางเอกจำรื่องของตัวเองไม่ได้เลย โอไกจึงตัดสินใจให้นางเอกพักอยู่ที่นี่ไปจนก่าจะนึกออก แม้ว่าชุนโซจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม โอไกพานางเอกไปที่ห้องว่างสำหรับเธอ คืนนั้นนางเอกได้แต่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจนหลับไป และตื่นเกือบเที่ยงในวันถัดมา...

หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยทั้งโอไกและชุนโซก็พานางเอกออกไปกินข้าวเที่ยงนอกบ้าน นางเอกที่รักเนื้อวัวเป็นที่สุดเลยได้ลองชิมหม้อไฟเนื้อวัวของสมันเมจิเป็นครั้งแรก แน่นอนว่านางกินแหลกค่ะ (ฮา) หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว โอไกขอตัวไปทำธุระ เช่นเดียวกับชุนโซที่ไม่อยากอยู่กับนางเอกเท่าไหร่ นางเอกเลยตัดสินใจไปยังสวนสาธารณะที่เธอมาแรกสุดโดยหวังว่าจะได้เจอชาร์ลี แต่กลับไม่เจอจนกระทั่งค่ำ นางเอกจะกลับบ้านแต่หาทางออกไม่เจอเลยไปถามผู้หญิงที่อยู่แถวนั้น ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับเป็นภูตปีศาจ นางเอกตกใจ เธอพยายามวิ่งหนีและก็ได้พบกับชาร์ลีอีกครั้งอย่าง ตอนนี้นางเอกรู้ตัวแน่นอนแล้วว่าที่ชาร์ลีบอกว่าที่นี่สมัยเมจิไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เธอถึงขอให้เขาส่งเธอกลับบ้าน ชาร์ลีปฏิเสธและบอกว่าเวลาที่นางเอกจะกลับบ้านได้คือเมื่อพระจันทร์สีแดงเต็มดวงอีกครั้งซึ่งก็คืออีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ นางเอกจึงบังคับให้เขาสัญญาว่าอีกหนึ่งเดือนให้หลังให้เขามาเจอเธอที่นี่เพื่อที่จะได้ส่งเธอกลับ ชาร์ลีได้แต่หัวเราะและบอกแค่ว่า ถ้าถึงตอนนั้นแล้วนางเอกไม่เปลี่ยนใจเสียก่อนล่ะ... ค่ำวันนั้นพอนางเอกกลับถึงบ้าน ก็ต้องเหวอเมื่ออยู่ๆโอไกเข้ามากอดเธอและประกาศต่อหน้าแม่ของเขาว่าเธอคือคู่หมั้นของเขา ทำให้นางเอกต้องตกกะไดพลอยโจนกลายมาเป็นคู่หมั้นของโอไกไปแบบงงๆและเหวอยิ่งกว่าเดิมเมื่อโอไกบอกให้เธอเข้าประกวดสาวงามเพื่อให้มีคุณสมบัติดีเหมาะกับการเป็นคู่หมั้นของเขา

วันต่อมาโอไกพาเธอออกไปเที่ยวชมเมืองจนเย็น พอกลับมาถึงบ้านอยู่ๆโอไกก็เกิดอยากจัดงานเลี้ยงต้อนรับนางเอกเหมือนอย่างที่เคยเลี้ยงต้อนรับชุนโซ คราวนี้ชุนโซเป็นฝ่ายเหวอบ้าง และนางเอกก็เข้าใจความรู้สึกของชุนโซเมื่อเห็นว่าอาหารที่โอไกใช้เลี้ยงต้อนรับน้ั้นคือ มันจูโอฉะสึเกะ!! (นึกภาพตามนะคะ เอาขนมแป้งไส้ถั่วแดงแปะลงบนข้าวแล้วเทชาร้อนๆใส่ลงไป....) นางเอกและชุนโซต่างเกี่ยงกันจะกิน นางเอกโดนบังคับให้กินจนทนไม่ไหวเลยหลุดปากคำด่าไป แต่เหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่รู้จักคำๆนี้จึงช่วยกันนึก นางเอกเลยใช้จังหวะนี้ย่องหนีออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชุนโซกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปแทน... คืนนั้นหลังจากเจออาหารชวนฝันร้ายเข้าไปแล้ว ระหว่างที่นางเอกกำลังเคลิ้มๆจะหลับ เธอก็มองออกไปนอกหน้าต่างและเห็นผู้หญิงผมสีทองรางๆอยู่ตรงนั้น!! นางเอกกรี๊ดลั่น โอไกที่ได้ยินจึงรีบเข้ามาที่ห้อง นางเอกโผกอดเขาด้วยความกลัว โอไกปลอบเธอ คืนนั้นนางเอกเลยคุมโปงแล้วรีบนอนต่อทันที

 

เช้าวันต่อมานางเอกตื่นลงมาเจอชุนโซ เธอเลยนึกออกว่าเย็นวันก่อนเธอทิ้งเขาให้กลายเป็นเหยื่ออาหารของโอไก นางเอกพยายามขอโทษ แต่ชุนโซกลับบอกว่าอยากให้เธอมาเป็นแบบวาดรูปให้เขาแทน แต่ต้องยืนกลับหัวแล้วกินหม้อไฟเนื้อไปด้วยนะ นางเอกเหวอ โอไกลงมาเจอพอดี ชุนโซเลยขอตัวไปเรียน เย็นวันนั้นโอไกกลับบ้านดึก นางเอกเลยมีโอกาสคุยกับชุนโซ เธอเล่าเรื่องที่เธอเห็นเมื่อคืนให้เขาฟังและยังขอโทษเขาด้วยที่ตัวเองคงเป็นแบบวาดรูปให้ไม่ได้ เพราะคงยืนกลับหัวกินหม้อไฟไม่ได้แน่ๆ ชุนโซถึงกับหัวเราะแล้วบอกว่าเขาล้อเล่น ตอนนั้นโอไกกลับมาพอดีและขอให้นางเอกไปเจอเขาที่ห้องตัวเองเพราะเขาจะติวนางเอกให้พร้อมสำหรับการประกวดสาวงามเอง!  หลังจากนั้นทุกเย็นนางเอกก็โดนลากไปติวจนแทบสลบเหมือด...

 

หลายวันต่อมาโอไกคุยกับนางเอกเรื่องการแต่งตัวสำหรับประกวดอีกครั้งและขอให้นางเอกลองแต่งหน้าดู นางเอกกลับมาที่ห้องและไม่รุ้ว่าควรจะแต่งหน้าแบบไหนเพราะไม่ชินกับเครื่องสำอางสมัยนี้ ชุนโซเข้ามาเห็นนางเอกที่เพิ่งแแต่งหน้าเสร็จก็ถึงกับเหวอเพราะเธอแต่งหน้าได้แย่มาก เขาเลยแนะนำให้เธอออกไปเดินเล่นดูตัวอย่างจากคนในเมือง นางเอกเลยทำตาม เย็นวันนั้นนางเอกกลับมาซ้อมบทละครเพื่อใช้เตรียมประกวดสาวงามต่อ ระหว่างนั้นเธอจะออกไปล้างหน้าแต่เมื่อเดินผ่านห้องนั่งเล่นกลับได้ยินเสียงโอไกและชุนโซคุยกันถึง "เอลิส" หญิงสาวที่โอไกเคยเจอเมื่อครั้งที่เขาอยุ่ที่เยอรมัน โอไกบอกว่าไม่มีอะไรแล้ว แต่ชุนโซยังถามต่อและถามด้วยว่าแล้วตกลงเขาคิดจะทำอะไรกับนางเอกกันแน่ แต่โอไกย้ำเพียงว่านางเอกเป็นคู่หมั้นเขาและเดินออกมาจากห้อง นางเอกจะหลบแต่ก็หลบไม่ทันเลยปะทะกับโอไกจังๆ โอไกเห็นนางเอกไม่ค่อยร่าเริงเลยนึกว่านางเอกหิวเลยจะไปเตรียมมันจูโอฉะสึเกะให้อีก ชุนโซชิ่งหนี ปล่อยให้คราวนี้นางเอกรับกรรมอยู่คนเดียว แต่โอไกกลับพาเธอไปที่ห้องของเขาแทนและทำโทษเธอด้วยการเรียนภาษาอังกฤษทั้งคืน.......

 

วันต่อมาหลังจากส่งโอไกไปทำงานแล้ว นางเอกก็ลงไปถามชุนโซเกี่ยวกับ "เอลิส" ชุนโซตอบทันทีว่าเป็นคนรักเก่าของโอไกและไล่ให้นางเอกไปถามเขาด้วยตัวเองก่อนจะกลับห้องไป นางเอกนั่งคิดแต่เรื่องของ"เอลิส"จนเย็น แล้วเธอก็ได้เห็นผู้หญิงผมสีทองคนเดิมอีกครั้ง คราวนี้พอได้เห็นใกล้ๆเธอก็ค่อยๆชื้นใจว่าไม่ใช่ผีแน่นอน แต่กลับสงสัยว่าคนคนนี้จะใช่"เอลิส"หรือเปล่า  หนึ่งอาทิตย์ก่อนที่พระจันทร์สีแดงจะเต์มดวงอีกครั้ง นางเอกกลับมาที่สวนสาธารณะและย้ำสัญญากับชาร์ลีอีกครั้ง หลังจากนั้นพอกลับถึงบ้านเธอก็เจอชุนโซ ตามมาด้วยโอไกที่เรียกเธอให้ไปหาเขาที่ห้อง ชุนโซเตือนนางเอกให้ระวังตัวไว้บ้างก่อนจะออกจากห้องนั่งเล่นไป พอนางเอกไปหาโอไก นางเอกก็แอบถามเกี่ยวกับตอนที่เขาอยู่ที่เยอรมันและแอบงอนเขาเล็กน้อย ความจริงคือนางเอกกำลังน้อยใจเพราะเธอรู้สึกว่าโอไกเพียงแค่เล่นๆกับเธอเท่านั้น เช้าวันต่อมานางเอกลงมาเจอชุนโซเลยตัดพ้อโอไกให้เขาฟัง ชุนโซเริ่มเบื่อเลยถ้านางเอกตรงๆว่าเธอชอบโอไกใช่มั้ย นางเอกอึ้งเงียบ ชุนโซเลยจับมือเธอและถามต่อว่าถ้าเธอไม่คิดจะไล่ตามโอไกต่อแล้วละก็...ก่อนจะดึงนางเอกมากอดแล้วรีบปล่อยเธอ โอไกเข้ามาพอดีก่อนที่ชุนดซจะขอตัวไปโรงเรียน...

 

จนกระทั่งถึงวันประกวดสาวงาม นางเอกที่รอเรียกชื่ออยู่ก็หันไปเห็นเนื้ออบพอดีแถมใกล้จะหมดแล้วด้วย เธออยากกินใจจะขาดแต่ก็ถูกเรียกตัวซะก่อน เลยตั้งใจรีบแสดงบทละครให้เสร็จเพื่อจะได้ลงไปกินเนื้ออบเร็วๆ แต่ปรากฏว่าเนื้อกันหมดซะก่อน นางเอกเลยได้แต่ซึม หลังจากนั้นก็ถึงการประกาศผล นางเอกไม่ได้รางวัลอะไรเลย ทำให้โอไกไม่พอใจถึงกับประกาศว่าตัวเองไม่ยอมรับผลการประกวดครั้งนี้ นางเอกเห็นท่าไม่ดีเลยรีบดึงโอไกออกมาด้านนอก เธอขอโทษที่ไม่ชนะการประกวดเลยทำให้ตัวเองไม่เหมาะจะเป็นคู่หมั้นโอไกต่อไป แต่โอไกกลับบอกว่าไม่ว่ายังไงนางเอกก็คือคุ่หมั้นของเขาและสารภาพว่าเขารักนางเอก นางเอกกลัวว่าถ้าเป็นอย่างนี้แล้วเธอจะเปลี่ยนใจไม่กลับสมัยของตัวเองเลยรีบวิ่งหนีไปจากโอไก แต่สุดท้ายก็กลับไปที่บ้านแบบไม่รู้ตัว ที่หน้าบ้านนี้เองที่เธอได้เจอกับหญิงสาวผมสีทองอีกครั้ง เธอพูดภาษาเยอรมันที่นางเอกไม่เข้าใจก่อนจะยิ้มและหายไป โอไกตามมาเจอนางเอกพอดี และทำให้นางเอกได้รู้ความจริงว่า "เอลิส" คือชื่อตัวละครเอกในนิยายของเขานั่นเอง

ในที่สุดก็ถึงวันพระจันทร์เต็มดวง นางเอกไปที่สวนสาธารณะอีกครั้งซึ่งครั้งนี้ก็มีการจัดงานเทศกาลอยู่เหมือนกัน เธอเจอชาร์ลีที่นั่น ชาร์ลีถามเธออีกครั้งว่ามั่นใจหรือที่จะกลับไปยังสมัยของเธอเอง...

 

*ชื่อเรียก ED เป็นชื่อที่จขบ.คิดขึ้นมาเองค่ะ จะได้เรียกได้ง่ายๆ =v=;;

 

 Meiji ED >> นางเอกตอบว่าเธอไม่แน่ใจแล้ว เพราะเธอไม่คิดว่าจะสามารถทิ้งคนที่เธอรักไปได้ง่ายๆ ชาร์ลีได้แต่ยิ้มและอวยพรให้เธอมีความสุข พอนางเอกรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าเธออยู่ในห้องตัวเองที่บ้านของโอไก และพระจันทร์ไม่ได้เต็มดวงอีกต่อไปแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าเธอจะต้องอยู่ที่นี่ในสมัยเมจิตลอดไป.... นางเอกแต่งงานกับโอไก ในขณะที่ชุนโซตกลงไปแสดงผลงานของตัวเองที่อเมริกา ทั้งนางเอกและโอไกต่างอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

  

Heisei ED >> นางเอกตอบว่าเธอไม่แน่ใจแล้ว เพราะเธอไม่คิดว่าจะสามารถทิ้งคนที่เธอรักไปได้ง่ายๆ ชาร์ลีได้แต่ยิ้มและอวยพรให้เธอมีความสุข พอนางเอกรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าโอไกอยู่ข้างๆเธอ และทั้งสองก็กลับไปยังสมัยเฮเซด้วยกัน หนึ่งปีหลังจากนั้นโอไกก็ใช้ชีวิตในฐานะนักเขียนผู้มีพรสวรรค์และออกผลงานจนเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว และแน่นอนว่าเขาก็ยังเป็นคู่หมั้นของนางเอกต่อไป

 

Auf Wiedersehen ED >> นางเอกตอบว่าสำหรับเธอแล้วยุคสมัยของเธอสำคัญที่สุด ชาร์ลีได้แต่ยิ้มเศร้าๆและตอบว่าเขาเข้าใจแล้ว นางเอกขอไปบอกลาคนที่เธอรักก่อน ก่อนที่เธอจะกลับไปยังสมัยของตัวเองและใช้ชีวิตเหมือนเดิมต่อไป... หลังจากนั้นจะเล่าถึงฝั่งโอไกกับชุนโซว่าหลังจากที่นางเอกกลับไปแล้ว โอไกก็ยังเผลอเตรียมมันจูโอฉะสึเกะสำหรับ 3 คนอยู่บ่อยๆจนชุนโซต้องคอยเตือน ทั้งสองรู้สึกว่านการที่นางเอกมาปรากฏตัวแล้วก็กลับไปในช่วงเวลาสั้นๆแบบนี้ก็ไม่ได้ต่างจากความฝันเท่าไหรนัก.... 

พอจบเนื้อเรื่องหลัก(แบบอยู่ที่เมจิ)แล้ว เราจะสามารถไปดู after story ของแต่ละคนได้ด้วย

After story >> หลังจากแต่งงานกันแล้วจะเหลือแค่เรากับโอไก เพราะชุนโซไปอเมริกา นางเอกจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนภรรยาของโอไกเท่าที่ควร ยิ่งพอไปได้ยินเพื่อนของโอไกพูดด้วย เธอเลยยิ่งซึมและน้อยใจ วันนึงทั้งสองคนออกไปเที่ยวกัน นางเอกพูดเรื่องนี้กับโอไกแต่เขากลับบอกว่าเขาดีใจมากที่ได้แต่งงานกับนางเอก พร้อมกับหยิบแหวนออกมาใส่ให้นางเอกเป็นแหวนแต่งงาน พร้อมกับบอกว่าคนตะวันตกมีธรรมเนียมให้แหวนตอนแต่งงาน เขาเลยตั้งใจทำแหวนวงนี้ให้นางเอก แน่นอนว่านางเอกก็หายซึม และทั้งคู่ก็เลิฟๆต่อไป

 

เดี๋ยวกลับมาต่อชุนโซค่ะ =v=)/

 

Comment

Comment:

Tweet